วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การสอน Present Simple Tense


Present Simple Tense

                      โครงสร้างประโยค  คือ   Subject + Verb 1
        
          ใช้กับเหตุการณ์
1. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เป็นความจริงตลอดไปหรือเป็นความจริงตามธรรมชาติ เช่น 
The sun rises in the east.( พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก )            .                                              
  Fire is hot. 
ไฟร้อน )
             2. ใช้กับการกระทำที่ทำจนเป็นนิสัย มักจะมีกลุ่มคำที่มีความหมายว่า เสมอๆ บ่อยๆ ทุกๆ อยู่ด้วย เช่น               
I get up at six o’clock everyday. 
ฉันตื่นนอนเวลา นาฬิกาทุกวัน )                                                                           
หลักการจำและนำไปใช้
             1.  ประธาน  He, She, It  หรือ 1 เดียวเท่านั้น ต้องเติม หรือ es  ท้ายคำกริยาด้วย มีกริยาช่วย คือ does 
                2.  ประธาน I, You, We, They, หรือ 2 ขึ้นไป กริยาเหมือนเดิม มีกริยาช่วย คือ  do
   3.  do และ does  ใช้ในประโยค คำถามและปฏิเสธ
   4.  ในประโยคมีคือ does กริยาไม่ต้องเติม s / es

ชนิดของประโยค
    1. ประโยคบอกเล่า =   Subject + Verb1 + (Object).   เช่น

                 She likes English .
                 Jack plays football everyday.
                 I like Thai .   
                 Jack and his friends play football everyday.

     2. ประโยคคำถาม
         2.1  Yes/No question
               ใช้  Do, Does + ประธาน + กริยา ?  

                 Does she like English? 
               Does Jack play football everyday?                 
                 Do you like Thai?
                 Do Jack and his friends play football everyday?

            การตอบแบบ Short answer  
               Yes, he/she/it does.
                 No, he/she/it doesn’t.

                 Yes, I/you/we/they do.
                 No, I/you/we/they don’t.
        
2.2   ใช้ Question words 
       (What/ Where/ When / Why/ ……+ do/does + ประธาน + กริยา…….?) เช่น
          
           What do you eat for lunch?       I eat noodles.
                      Where does Jim go Mondays?   He goes to school. 
                                   How do they go to school?         They go to school by school bus.


     3. ประโยคปฏิเสธ ใช้ do not (don’t), does not (doesn’t) ตามด้วยคำกริยาแท้รูปเดิม           I don’t like Thai.                                                                                                                                                                                                    
         She 
doesn’t like English.                                                                               
         Jack 
doesn’t play football everyday.         
                                                                                   
หลักการเติม s ที่คำกริยา
1.กริยาที่ลงท้ายด้วย o, s, x, chssและ sh,  ให้เติม es เช่น
        pass - passes = ผ่าน       brush - brushes = แปรงฟัน    catch - catches = จับ                             
go - goes = 
ไป               
box - boxes = 
ชก
2.กริยาที่ลงท้ายด้วย และหน้า y ไม่ใช่  a e i o u ให้เปลี่ยน เป็น i แล้วเติม es
       study studies เรียน,          cry - cries = ร้องไห้,         fry - fries = ทอด    
3. กริยาที่นอกเหนือจากที่ไม่เข้ากฎในข้อ และ ข้อ ให้เติม ได้เลย

Adverb of Frequency  ใช้ขยายคำกริยา เพื่อบอกถึงความถี่ของการกระทำ และจะวางไว้หน้าคำกริยานั้นๆด้วย ยกเว้น sometimes อยู่ ต้นประโยคก็ได้ เช่น
                 always    สม่ำเสมอ 100 %           usually    เป็นประจำ 80 %     often       บ่อยๆ 60 %
           sometimes    บางครั้งบางคราว 30 %   seldom    นานๆครั้ง 10 %       never     ไม่เคย 0 %

Examples:
      Sandy always goes to school early.
      Mary usually cooks dinner.
      We often drink milk.
      I never go to London.
                         Sometimes I eat pizza for lunch.



โคตรฮาๆๆๆ

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทำไมเส้นมาม่าถึงหยิก..?

คงเป็นที่สงสัยสำหรับหลายท่านนะคับว่า
ทำไมเส้นมาม่าต้องเป็นเส้นหยิก ?
วันนี้มาม่าจะมาไขข้อสงสัยให้ทุกท่านได้กระจ่างกันคับ...



ด้วยลักษณะเฉพาะของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นของทอดกรอบ
แต่จะเปลี่ยนสภาพเป็นเส้นนุ่มและยาวเหมือนกับเส้นบะหมี่สด
เมื่อแช่ในน้ำร้อน 2-3 นาที การพัฒนาผลิตภัณฑ์ลักษณะดังกล่าว
ในเชิงอุตสาหกรรม ต้องคำนึงถึงขั้นตอนการผลิตเส้น การบรรจุ 
การขนส่ง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ถึงมือลูกค้าในสภาพที่ดีที่สุด

การผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในลักษณะที่เป็นเส้นตรงยาวๆ
ประกอบกับเป็นของกรอบ จึงเป็นไปไม่ได้หากทำเป็นเส้นตรงจริง
สายการผลิตจะต้องยาวมาก มาม่าแต่ละห่อจะยาวกว่า 1 ไม้บรรทัด
ทำให้แตกหักง่าย ยากต่อการขนส่ง สิ้นเปลืองบรรจุภัณฑ์
และผู้บริโภคซื้อไม่สะดวก ลวกใส่ชามได้ยาก ต้องหักก่อน
จะไม่ได้เส้นบะหมี่ยาวเหมือนบะหมี่สด จึงได้พัฒนาสายการผลิต
ให้ได้บะหมี่เส้นหยิกเป็นก้อนตามที่เห็นกันคับ.....
และสุดท้าย  เส้นมาม่าก็เหมือนชีวิตคนเรา  "ตราบใดที่ท้องทะเลยังมีคลื่น หนทางแห่งชีวิตจะราบรื่นนั้นไม่มี"
ชีวิตเราทกคนก็ต้องพบเจออุปสรรคเป็นธรรมดา  ตราบใดที่ท้องทะเลยังมีคลื่นลม  ชีวิตจะปราศจากซึ่งอุปสรรคนั้นไม่มี
ก็เช่นเดียวกับเส้นมาม่า  ต้องมีเลี้ยวลดคดเคี้ยวเป็นธรรมดา  ชีวิตถึงจะมีรสชาติ 
จนก็ทุกข์   รวยก็ทุกข์   คนที่พอเท่านั้น ถึงจะมีความสุข 

โอ้วเริ่ด! ตึกสวนสวยที่ไต้หวัน มูลค่ากว่า 6.9 พันล้าน


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก evolo.us

          ตะลึง! ไต้หวันอวดโฉมโปรเจ็คท์ สร้างสวนบนยอดตึกใจกลางเมือง "ไต้หวัน ทาวเวอร์" สูง 1,000 ฟุต มูลค่า 6,950,000,000 บาท!!

          เว็บไซต์เดลิเมล ของอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ว่า นักสถาปนิกหนุ่มชาวญี่ปุ่น โซ ฟูจิโมโตะ ผู้ชนะรางวัลการออกแบบตึกนานาชาติ วางแผนที่จะสร้างสวนสวยอันรื่นรมย์บนยอดตึก "ไต้หวัน ทาวเวอร์" ที่เมืองไถจง ประเทศไต้หวัน โดยอยู่สูงจากพื้นถึง 1,000 ฟุต ถูกขึงด้วยลวดเหล็กนับร้อยเส้น ขนาดยักษ์จากพื้นดินสู่ยอดตึกเป็นรูปสามเหลี่ยม มีลักษณะเป็นเขาวงกต ซึ่งจะะทำให้เหล่าผู้มาเยี่ยมชมนั้นต้องทึ่งกับสวนสวยบนหลังคาตึกที่สูงที่สุดในโลกเทียบเท่าหอไอเฟล ที่ประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียว

          ขณะที่ผู้บรรเจิดไอเดียสุดเจ๋งของตึกอย่าง โซ กล่าวถึงตึกสวนแห่งนี้ ว่า เปรียบเสมือนแหล่ง "โอเอซิส" ของเขา และเขาพยายามสร้างสรรค์จิตวิญญาณของเกาะเอเชียตะวันออก ในศตวรรษที่ 21 นี้ให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในท้ายที่สุด และเขาก็หวังว่าตึกแห่งนี้จะเป็นต้นแบบสำหรับสถาปัตยกรรมเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติในอนาคตต่อ ๆ ไป

          สำหรับโปรเจ็คท์ตึกแห่งนี้ ถูกแบ่งออกมาเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ โครงสร้างของโครงเหล็กและสวนบนหลังคาตึก ซึ่งสวนแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก ต้นไทรของชาวไต้หวัน นั่นเอง ส่วนโครงเหล็กสูงลักษณะคล้ายเขาวงกต ที่ใช้เป็นคานรับน้ำหนัก นั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 800 มิลลิเมตร ถูกออกแบบให้มีช่องว่างบริเวณพื้นที่กลางแจ้ง เพื่อทำให้ตึกดูเหมือนว่าลอยอยู่บนท้องฟ้า 

          นอกจากนี้ ทางผู้ออกแบบเองที่ต้องการจะสร้างตึกแห่งนี้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม จะนำเอาพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ มาสร้างพลังงานให้กับระบบในตัวตึก อีกทั้งยังมีเครื่องอำนวยความสะดวกที่จะนำน้ำฝนมารดน้ำในสวน และแผงพลังงานแสงอาทิตย์มาสร้างน้ำร้อนอีกด้วย 

          อย่างไรก็ตาม ยอดตึกสวนระฟ้าแห่งนี้ มีกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2017 ตามแแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งใช้งบประมาณในการสร้างไปทั้งหมดประมาณ 6.59 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (หรือประมาณ 6,950,000,000 บาท) 

          ทางด้านนายเจสัน ฮู นายกเทศมนตรีของเมืองไถจง ได้กล่าวถึงโปรเจ็คท์นี้กับเว็บไซต์ไต้หวัน นิวส์ ว่า ตึกไต้หวัน ทาวเวอร์นี้ จะเป็นเหมือนจุดดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลกให้ทุกคนได้เห็นความมหัศจรรย์ของมัน